บล็อก เอ็มไอ ซิกซ์ นิวส์ – MI SIX NEWS

ปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับนโยบาย Donald Trump

Investment Under Donald Trump Administration

Investment Under Donald Trump Administration

Overall Policies

ภาษี

การใช้จ่ายภาครัฐ

ตรวจคนเข้าเมือง

นโยบายต่างประเทศ

อื่นๆ

Market Reaction

Market Reaction Donald Trump

ในวันที่ 9 พฤศจิกายนซึ่งยังไม่มีการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ตลาดการลงทุนในทุกสินทรัพย์ผันผวนอย่างหนักโดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชียที่ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่คะแนนเสียงของ Donald Trump เริ่มแซงนำ Clinton ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นทรุดตัวลงหนัก ค่าเงินเยนแข็งค่า ส่วนราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้กว่า 4%

อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า Donald Trump ชนะการเลือกตั้งและพรรครีพับลิกันสามารถครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตลาดหุ้นเริ่มฟื้นตัวได้และราคาทองคำเริ่มย่อตัวลง การฟื้นตัวอย่างชัดเจนเกิดขึ้นเมื่อ Donald Trump ขึ้นเวทีประกาศชัยชนะและพูดต่อผู้สนับสนุนว่าจะพูดคุยกับนานาประเทศด้วยความเป็นธรรมกับทุกๆคน เพื่อสร้างจุดยืนร่วมกัน ไม่ใช้สร้างศัตรู สร้างความสัมพันธ์ ไม่สร้างความขัดแย้ง นักลงทุนมองว่าคาแถลงดังกล่าวไม่แข็งกร้าวเหมือนช่วงหาเสียง ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปสามารถปิดตลาดในแดนบวกได้กว่า 1% ส่วนราคาทองคำลดช่วงบวกลงมาเหลือปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียสามารถปรับตัวขึ้นได้กว่า 1% ในทุกตลาดหลักในวันทำการถัดไป

Market Reaction Donald Trump

Investment Theme

Theme 1 : Fiscal Stimulus, domestic spending, higher interest rate

ทางเลือกการลงทุน

1.การเติบโตของเศรษฐกิจ –ลงทุนผ่านกองทุน ASP-S&P 500 ที่ลงทุนใน ETF ของ S&P 500 ที่จะได้รับประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ดีขึ้น
2.ธนาคารพาณิชย์ –กองทุน KT-FINANCE ที่ลงทุนในหุ้นสถาบันการเงินทั่วโลก แบ่งเป็นในสหรัฐฯ 41% ยุโรโซน 13% ส่วนที่เหลือเป็นเอเชีย ยุโรปและอื่นๆ หรือหุ้น XLF US ซึ่งเป็น ETF ของกลุ่มการเงินในสหรัฐฯ JPM US (JPMorgan Chase), BAC US (Bank of America)
3.กลุ่มก่อสร้าง / เครื่องจักร / เหมืองแร่ –หุ้น XLB US ซึ่งเป็น ETF ของกลุ่ม Material ในสหรัฐฯ, CAT US (Caterpillar) ผู้ผลิตเครื่องจักรหนัก, BLT LN (BHP Billiton) บริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ของโลก
4.หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของประชาชน –V US (Visa), MA US (Mastercard)

Theme 2 : Health Care

ทางเลือกการลงทุน

1.กองทุนที่ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้น Biotech –SCBGHC, PHATRA GHC
2.IBB US ซึ่งเป็น ETF ของกลุ่ม Biotech
3.หุ้นบริษัทผู้ผลิตยา –PFE US (Pfizer), MRK US (Merck & co.), JNJ US(Johnson and Johnson)

Theme 3 : Defense

ทางเลือกการลงทุน

1.หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการทหาร เช่น BA US(Boeing), LMT US (Lockheed Martin), NOCUS (Northrop Grumman) หรือ RTN US (Raytheon)
** หุ้น BA US อาจได้รับผลกระทบจากดีลการขายเครื่องบินให้แก่อิหร่านที่ต้องชะงักไปเนื่องจาก Trump ต้องการให้กลับมาคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับอิหร่านอีกครั้งหนึ่ง

Theme 4 : Technology

ทางเลือกการลงทุน

1.ลงทุนผ่านกองทุนรวม K-USA -ลงทุนในกลุ่ม Information Technology 35% Consumer Discretionary 30% Financials 9% ซึ่งทั้งสามกลุ่มคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายของ Trump
2.ลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบทางการค้าจากประเทศจีน เช่น AMZN US (Amazon), FB US (Facebook), GOOG US(Alphabet, Google)

Theme 5: Gold

ทางเลือกการลงทุน

1.กองทุนทองคำ –ASP-GOLD
2.ลงทุนในบริษัทเหมืองแร่ทองคำ –ABX US(Barrick Gold Corp.)


Credit: วีรพล ตรีเพ็ชร์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์ 042926
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด

เอเซีย พลัส ยินดีให้คำแนะนำและปรึกษาการลงทุนต่างประเทศ โทร 02 680 1111
ศึกษารายละเอียดหรือสมัครเปิดบัญชีได้ที่ https://goo.gl/R1qzVU